ดีค่า*0*

 

ช่วงนี้ไม่ได้เขียนฟิคสั้นมานานเเสนนาน เพราะมัวเเต่ไปติดฟิคยาวอยู่ เเหะๆ เเต่เเล้วก็ได้ฤกษ์เอาฟิคสั้นมาลงสลับจนได้


อันที่จริง.... ฟิคนี้เกิดจากการที่มูนดรอปเเต่งสดในเอ็ม(เมื่อนานเเสนนานมาเเล้ว)ตอนที่คุยกะน้องๆนี่ล่ะค่ะ เเล้วก็เอามารีใหม่หมด รวมทั้งเขียนเนื้อเรื่องเพิ่มเติมเข้าไปด้วย(เร็วๆนี้เอง)

 

อ่านเเล้วชอบไม่ชอบยังไง ติชมได้เช่นเคยค่ะ^ ^


--------------------------------------------


“หนูน้อยหมวกแดง” in Sanctuary : Milo-Camus

 

 

แม่นแล้วครับท่านผู้อ่าน...

 

กระผม.... นายซาจิทาเรียส ไอโอรอสสุดหล่อเจ้าเก่ากลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 


หลังจากที่เพิ่งหายจากอุบัติเหตุคราวก่อนที่ผมดันเผลอให้เจ้าน้องชายตัวดีมารู้เข้าจนได้ ว่าผมเอาชื่อของเค้ามาใช้ในนิยายของตัวเอง ทำให้เจ้าบ้านั่นเกิดเลือดขึ้นหน้าอยากจะเรียกร้องค่าเสียหายขึ้นมา ..ด้วยการเล่นงานผมซะแทบเดี้ยงคาวิหารตัวเอง


และผลที่ตามมาก็คือ... บทประพันธ์อันเลื่องชื่อลือกระฉ่อนของผมถูกมันแย่งไปเผาทิ้งต่อหน้าต่อตาซะจนหาซากไม่เจอ นับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อวงการวรรณกรรม (แต่ผมก็ใจกว้างพอที่จะให้อภัยเจ้าเรียได้เสมอแหละ เพราะยังไงน้องผมคนนี้มันก็มีแต่กำลัง จะให้มันฉลาดถึงขนาดมองเห็นคุณค่างานเขียนของผมก็คงจะยากส์)

 


แต่... ....ซี้ดดดดดดดด.... ....ถึงแม้ว่าแขนของผมจะยังไม่ได้เอาเฝือกออก และที่หัวของผมจะยังมีผ้าพันแผลอยู่ก็ตาม เพื่อการเกาะติดสถานการณ์ในคราวนี้ ผมจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อพ่อแม่พี่น้องทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ....ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องอะไร ย่องตามผมมาสิครับ........

 

 


จุ๊ จุ๊...... เบาๆหน่อย น่านนนน ค่อยๆย่องแบบนั้นแหละ.....

 


เพราะว่าคราวนี้ผมจะพาพวกท่านไปแอบดูการซ้อมละครของคู่รักคู่รสคอฟฟี่เมทประจำแซงทัวรี่ และก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากมิโรกะคามิวนั่นเอง....

 

คืองี้ครับ.. อะ อะแฮ่ม!... คือว่าอีก2สัปดาห์จากนี้ไป ที่แซงทัวรี่ของเราจะมีงานเลี้ยงฉลองที่ท่านอาเทน่าถูกหวยรางวัลที่1 (หลังจากที่ท่านเล่นแล้วโดนกินเรียบซะจนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว ด้วยการเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดไปจำนองจำนำ รวมทั้งมูลนิธิแกรนด์ด้วย... ..เฮ้อ... ช่างทำไปได้) จนในที่สุดฝันก็เป็นจริงซะที


และเสียงไชโยโห่ฮิ้วของท่านก็ดังขึ้นไปจนถึงยอดเขาโอลิมปัสนู่นแน่ะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านจะดีใจซักแค่ไหน แล้วพวกเราเหล่าโกลเซนต์ทั้งหลายก็เลยพร้อมใจกันจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้ท่าน และเพื่อเป็นการเลียแข้งเลียขา... เอ้ย! แสดงความยินดีต่างหาก

 


โดยพวกโกลเซนต์ตระxxลสัตว์เท้ากีบทั้งหลายตกลงกันว่าจะเปิดร้านอาหาร ขายมันตั้งแต่ลูกชิ้นเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ ข้าวผัดเนื้อ ซุปเนื้อ เรื่อยไปจนถึงขาวัวหัน (ผมว่างานนี้อัลเดบารันคงจะหนาวๆร้อนๆอยู่บ้างล่ะ เพราะเห็นวิ่งไปขอยาระงับประสาทมากินตั้งหลายเม็ดแล้ว) ในขณะที่คนที่เหลือก็จะขึ้นเวทีเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับงานนี้


โดยเราตกลงกันว่าจะแสดงละครเรื่องหนูน้อยหมวกแดงกันครับ... และก็ได้ลอคตัวแสดงเอาไว้แล้วซึ่งท่านผู้อ่านก็คงจะพอเดาได้

 


คู่พระ-นางของเรื่องนี้จะเป็นใครซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่มิโรกับคามิว เพียงแต่..... งานนี้คามิวรับบทเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ ในขณะที่มิโรจะสวมบทบาทของหนูน้อยหมวกแดง

 

เอ้า!... ตอนนี้เรามาถึงวิหารอควอเรียสแล้ว เบาๆนะครับ ก้มหัวลงต่ำๆแล้วก็ตามผมมาเลย........

 

 

.................................................

 

คามิวอยู่ในชุดหมาป่าสีน้ำตาลขนฟูอันแสนจะน่ารักน่าชังพร้อมด้วยหนังสือบทละครในมือ ดวงหน้างามกำลังเคร่งเครียดด้วยความตั้งอกตั้งใจที่จะสวมบทบาทของหมาป่าเจ้าเล่ห์ให้ดีที่สุด ในขณะที่มิโรอยู่ในชุดกระโปรงบานแฉ่งสีแดงตามแบบฉบับนางเอกผู้ไร้เดียงสา (?) พร้อมด้วยรองเท้าบูทสีน้ำตาลมีขนกระต่ายสีขาวปุยๆติดที่ขอบรองเท้าดูน่ารักซะไม่มีล่ะ ..ไม่ได้เข้ากะหน้าเล้ยยยย.... และตะกร้าดอกไม้น่ารักคล้องอยู่ที่แขน

 

ตามบทแล้ว ..มิโรจะต้องเดินร้องเพลงไปพลางกระโดดไปพลางอย่างร่าเริงจนมาเจอกับหมาป่านี่นา แต่.......


.....ทำไมอีกมือหนึ่งถึงได้คีบบุหรี่มาด้วยหว่า......

 

 


"เอ้อ หนูน้อยหมวกเเดง จะไปเยี่ยมคุณยายเหรอครับ" หมาป่าถามเสียงนุ่ม ในขณะที่หนูน้อยหมวกเเดง กลับล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ

 

เเม่หนูพ่นควันขาวออกทางจมูกอย่างไม่เเยเเส ก่อนจะหันไปตอบ

 

 


"ช่ายสิ เเล้วจะทำไม”


คามิว: อย่านอกบทสิ มิโร

 

 

“ว่าเเต่... เจ้ามายืนลับๆ ล่อๆ คนเดียวตรงนี้ ไม่กลัวว่าข้าจะจับเจ้ากินรึไง" หนูน้อยหมวกเเดงถามหมาป่าด้วยดวงตาสีน้ำเงินที่เปล่งประกายวาววับ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ

 

 


"อะ...เอ้อ ขะ ข้าเป็นหมาป่านะ ตามเนื้อเรื่องเเล้วเจ้าต่างหาก ที่ควรจะกลัวข้า"

 

หมาป่าสะดุ้งโหยงเเล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เเต่ถึงกระนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือ(หนูน้อยหมวกแดง)
แล้วฝืนใจเเยกเขี้ยวโชว์เพื่อให้ดูสมเป็นหมาป่า ทว่าเเทนที่หนูน้อยหมวกเเดงจะนึกเกรงกลัว ร่างในชุดคลุมสีเเดงกลับย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าฝ่ายตรงข้าม

 

 

"ไม่ปงไม่ไปเยี่ยมยายมันละ วันนี้เจอของดีเข้าเเล้ว ข้าอยู่เล่นกับเจ้าดีกว่า"

 

หนูน้อยหมวกเเดงจบประโยคพร้อมกับถอดฮู้ดออกจากศีรษะ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเรืองรองที่ฉายเเววประหลาดส่งผลให้อีกฝ่ายยิ่งถอยกรูด หมาป่าถึงกับเหงื่อตก... มันหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงเด็ดดอกไม้ขึ้นมากำหนึ่งเเล้วรีบยื่นเข้าไปตรงหน้าหนูน้อยหมวกเเดง

 

 

"เอ้อ ....ดะ ดอกไม้สวยดีนะ หนูน้อยหมวกเเดงจะต้องเก็บดอกไม้ไปให้คุณยายไม่ใช่เหรอ นี่ไง... อะ เอาไปสิ"

 

หมาป่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พร้อมกับรอคอยปฏิกิริยาของหนูน้อยหมวกเเดง

 

 

"เฮอะ! สวยเสยที่ไหนกัน"

 

หนูน้อยหมวกเเดงไม่เเยเเสดอกไม้ที่ยื่นเข้ามาตรงหน้าเลยเเม้เเต่น้อย อุ้งมือใหญ่เเข็งเเรงตวัดยึดข้อมือที่เล็กกว่าไว้เเน่น ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้

 

"ฮึ! ..เป็นเพราะเจ้าเเท้ๆ ....ก่อนที่เจ้าจะโผล่หน้าออกมามันก็ดูสวยดีอยู่หรอก เเต่ว่าตอนนี้..... รู้ตัวบ้างมั้ยล่ะ ว่าเจ้าทำให้ดอกไม้พวกนี้สีซีดไปหมดเเล้ว! "

 


หนูน้อยหมวกเเดงไม่รอช้า ทันทีที่เห็นว่าหมาป่าเริ่มดิ้นวงเเขนเเข็งเเกร่งก็โอบกระชับรอบบั้นเอวไว้อย่างทันท่วงที


หมาป่าที่น่าสงสาร.... ทั้งๆ ที่มันตั้งใจจะสวมบทบาทให้เต็มที่ เเต่กลับต้องเป็นฝ่ายเจอดีเสียเองได้เเต่เหงื่อตก ทำอะไรไม่ถูก

 

 

“เจ้าหมาป่า! รับผิดชอบมา เจ้าจะให้ข้าทำยังไง ดอกไม้พวกนี้ถูกใบหน้าของเจ้ากลบรัศมีเสียหมดเเล้ว"

 

หนูน้อยหมวกเเดงยังไม่วายหาเรื่อง กรงนิ้วเเข็งเเรงข้างหนึ่งยึดปลายคางของหมาป่าไว้เเน่น พลางจับจ้องมองดูใบหน้าเเสนน่ารักนั้นอย่างสนอกสนใจ ในขณะเดียวกับที่เจ้าหมาป่าก็พยายามออกเเรงดิ้นให้หลุดจากวงเเขนของหนูน้อยหมวกเเดงอย่างสุดกำลัง ทว่าอ้อมเเขนที่เเข็งเเรงราวกับปลอกเหล็กนั้นดูจะไม่ยอมผ่อนปรนให้เลยแม้แต่น้อย

 


"ปล่อยนะ! มะ.. ไม่งั้นข้าจะกินเจ้าซะ!!"


เจ้าหมาป่าพยายามวางท่าให้ดูน่าเกรงขาม แต่หนูน้อยหมวกเเดงกลับแสร้งทำตาโตอย่างตื่นตระหนกก่อนจะหัวเราะหึๆในลำคออย่างขบขันเสียเต็มประดา พร้อมกับกระชับวงเเขนเเน่นขึ้นอีก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ก่อนจะก้มลงกระซิบเสียงเเผ่วที่ริมหูของหมาป่า

 

 

"น่ากลัวจริงๆ นี่ข้าควรจะกลัวเจ้าจนตัวสั่นรึเปล่าเนี่ย" ลมหายใจอันร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ที่ริมหูของหมาป่า ส่งผลให้ร่างในชุดขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มปุกปุยต้องผวาเยือกอย่างรุนเเรง

 

"...กินข้าเลยสิ.... ถ้าหากเป็นเจ้าล่ะก็ ....ต่อให้ยิ่งกว่าถูกกินข้าก็ยินยอม"หนูน้อยหมวกเเดงไม่พูดเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวควานหาซิบที่ด้านหลังต้นคอของหมาป่าเเล้วรูดลงอย่างรวดเร็ว

 

 

"หยุดนะ!!"

 

หมาป่าร้องลั่น ทันทีที่รู้สึกว่าชุดที่ตัวเองสวมใส่อยู่กำลังเลื่อนลงอย่างช้าๆ มือทั้ง2ข้างที่กำลังผลักไสหนูน้อยหมวกเเดงออกไปให้พ้นพลันเปลี่ยนมาขยุ้มชุดของตัวเองไว้เเน่น... และทันใดนั้น ...ดวงตาสีฟ้าครามก็ลุกวาวอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ไอเย็นเริ่มจะเเผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

 

และทันทีที่สัมผัสได้ถึงไอเย็นอันแสนคุ้นเคยหนูน้อยหมวกแดงก็ต้องเบิกตากว้างอย่างหวาดกลัวขึ้นมา(จริงๆ) ก่อนจะต้องรีบหลับตาปี๋เมื่อหมาป่าเขวี้ยงหนังสือบทละครใส่หน้าหนูน้อยหมวกแดงเต็มแรง

 

 

"อะ.... เอ้อ คามิว นี่เจ้าโกรธข้าจริงๆเหรอ "

 

ถึงตอนนี้หนูน้อยหมวกเเดงหน้าหดลงจนเเทบจะเหลือสองนิ้วพร้อมด้วยหยดเหงื่อที่ผุดพรายไปทั่วใบหน้า ด้วยตระหนักถึงความจริงที่ว่า ตนได้ไปจุดชนวนระเบิดของร่างเพรียวบางในอ้อมเเขนเข้าให้เเล้ว

 

 

"อ๋อ... ไม่เลย ข้าไม่ได้โกรธเจ้า เเต่ข้ามั่นใจว่าจะเเช่เเข็งเจ้าได้ก่อนที่เจ้าจะเรียกชื่อตัวเองได้จบเสียอีก"

 

มิโรซึ่งกำลังเหงื่อตกได้แต่หันรีหันขวางอย่างรักตัวกลัวเมียแทบตาย(!?) เพียงเพื่อจะได้พบว่ามันสิ้นหวังเพียงใด เมื่อโอกาสที่ตนจะรอดพ้นจากเงื้อมือของคามิวสุดที่รักนั้นแทบจะเป็นศูนย์ และในยามจนตรอกเช่นนี้ โกลเซนต์สกอร์เปี่ยนก็พลันบังเกิดแรงเฮือกสุดท้ายขึ้น

 


เอาวะ! ....งานนี้ตายเป็นตาย ยังไงข้าก็ต้องโดนทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่เเล้ว

 

 

หนูน้อยหมวกเเดงไม่ยอมเเพ้ ฉวยโอกาสที่หมาป่าไม่ทันตั้งตัวชิงจู่โจมเเบบสายฟ้าเเลบทันที...


ท่อนเเขนข้างหนึ่งรัดร่างของฝ่ายตรงข้าไว้เเน่น ในขณะที่อีกข้างหนึ่งซอนไซ้เข้าไปในกลุ่มผมนุ่มลื่นยึดศีรษะสวยได้รูปมิให้ขยับหนีจุมพิต โดยไม่สนใจต่อเเรงกดดันอันมากมายมหาศาลจากร่างบางในอ้อมกอดเลยเเม้เเต่น้อย

 

 

คามิวโกรธเสียจนตัวสั่น.....

 

....ในชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าจะถูกล่วงเกินได้ถึงเพียงนี้

 

ถึงเเม้ว่ารสสัมผัสจากริมฝีปากของมิโร่จะทำให้ดวงตาพร่าพรายไปด้วยความหนักหน่วงรุนเเรง อีกทั้งเรียกร้องโหยหามากเพียงใด ทว่า.... ด้วยศักดิ์ศรีเเห่งความเป็นโกลเซนต์อควเรียสผู้หยิ่งทรนงนั้น ทำให้คามิวมิอาจจะเพิกเฉยเเล้วยอมปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามตักตวงลิ้มชิมรสหอมหวานเอาตามอำเภอใจได้


เเละก่อนที่มิโรจะทันตระหนักถึงภัยที่กำลังจะมาถึงตัว คามิวก็อ้าปากกัดริมฝีปากของตนเข้าให้เต็มเเรง ก่อนจะกระเเทกส้นรองเท้าลงบนหลังเท้าของตนสุดเเรงเกิด

 


"โอ๊ย!!"

 


ชายหนุ่มจำต้องปล่อยมืออย่างไม่เต็มใจ ในขณะที่คามิวเองก็เฝ้ารอจังหวะนี้มานานเเล้ว
ร่างเพรียวบางกระโจนพรวด หนีให้พ้นระยะวงเเขนของฝ่ายตรงข้ามเเล้วระเบิดคอสโมโจมตีออกไปทันทีทันใด

 


"ฟรีซซิ่งคอฟฟิน!!!!"

 

 

 

 


...........................................

 


คามิวถอนหายใจน้อยๆอย่างเอือมระอา ก่อนจะตวัดสายตามองดูผลงานของตนเองด้วยความเซ็ง

 

 


"ถ้าเจ้าเร่าร้อนมากนัก ก็จงสงบใจอยู่ในนั้นไปเถอะ ไว้เย็นลงจนกลับเป็นมิโรคนเดิมเมื่อไหร่เเล้วข้าจะเอาเจ้าออกมาเอง"

 

คามิวเปรยกับก้อนน้ำเเข็งด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เมื่อตระหนักได้ว่านี่เป็นครั้งที่สามของสัปดาห์เเล้ว ที่เขาจำต้องเเช่เเข็งมิโรทั้งๆที่ไม่อยากทำ

 

 

มิโรอาจจะไม่เคยรู้ หรืออาจเป็นเพราะว่าสมองที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนั้นทำให้เเมงป่องหนุ่มไม่เคยสังเกตเห็น ถึงเเววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักเเละห่วงหาอาทรของคามิวยามที่มองดูตน

 

"รู้มั้ยมิโร.... เจ้าไม่จำเป็นจะต้องรุกมากถึงขนาดนี้หรอก เพียงเเค่เจ้าเป็นมิโรที่เเสนจะปรกติธรรมดา เท่านั้นก็มากพอเเล้วที่จะได้หัวใจของข้า... เจ้าโง่เอ๊ย....."

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของคามิวกล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเดินจากไป...

-------------------------------------------


จบเเล้วค่า~


ช่างเป็นงานที่เผา+เขี่ยดีจริงๆ เหอๆ


เเต่ยังไงถ้าอ่านเเล้วช่วยทิ้งคำติชมไว้ให้มูนดรอปด้วยนะคะ^ ^


ปล: ใครที่อ่านเเล้วงง ว่าเฮียรอสทำไมถึงได้โดนเจ้าเรียอีดซะเยิน กลับไปดูได้ในฟิคเก่าของมูนค่า

 

http://rain-drop.exteen.com/20071013/genius-like-me-8230

 

ขอตัวเเวบไปปั่นฟิคยาวต่อเเระ*0*