Bath Room
posted on 13 Oct 2007 10:58 by rain-dropวันที่โพส:Thu Jul 05, 2007 3:52 pm
นักเเสดงรับเชิญ:พิสเซส อโฟรดิเท เเละ อควอเรียส คามิว
ดีค่าพี่น้องงงง^ ^
วันนี้มูนดรอปมีฟิคสั้นมาเสนออีกเเล้วค่า (เเหะๆ ดองฟิคยาวไปตามระเบียบ)- -"
เนื่องจากได้รับการยุยงจากหนูนามิ ว่า........
อยากจะได้ฟิควาย ที่มันร้อนฉ่า+ส่อ.... -*-
อะไรทำนองนั้น
เเละหลังจากคิดไปคิดมาเเล้ว ก็ได้ออกมาเป็นเเบบนี้ล่ะค่า
-------------------------------------
“กินรอบวง!!!.... ฮะ ฮะ ฮ่าาาาา!!........ จ่ายมาๆทุกท่าน
จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวงนะ”
เสียงตะโกนลั่นอย่างดีใจสุดขีดของเจมินี่ คาน่อนดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องอาบน้ำรวมอันกว้างใหญ่ ในขณะที่เจ้าตัวหัวเราะร่าในสภาพที่เมาได้ที่พร้อมกับเดินสายเก็บเงินรอบวงด้วยร่างเปลือยเปล่าที่อาบด้วยแสงเทียนจนเป็นสีทอง ท่ามกลางเสียงสบถดังลั่นอย่างโมโหของคนอื่นๆ ที่พ่ายแพ้เป็นรอบที่10ของวันนี้แล้ว
“แก... ไอ้น้องบ้า!! แม้แต่พี่ชายแท้ๆของแกก็ยังจะเอาเร้ออออ!!!”เจมินี่ ซากะร้องโวยวายดังลั่นด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ พร้อมกับคว้าแก้วเหล้ามากระดกเข้าไปอีกอึกใหญ่ ก่อนจะเหวี่ยงแก้วทิ้งอย่างหัวเสียแล้วทรุดตัวลงนั่งแช่น้ำตามเดิม เห็นเพียงแค่คอโผล่พ้นน้ำขึ้นมา
“ในเกมอย่างนี้ไม่มีคำว่าพี่น้อง จ่ายมาซะดีๆซากะ”
คาน่อนร้องบอกมาจากอีกฟากหนึ่งของบ่อน้ำร้อน พร้อมกับเก็บรวบรวมเงินที่ได้มาจากการชนะของตน ท่ามกลางสีหน้าอันแสนเบื่อหน่ายของทอรัส อันเดบาลัน แคนเซอร์ เดธมาร์คและ เลโอ ไอโอเรีย ที่ต้องจ่ายมากกว่าใครเพื่อนในวันนี้
ชายหนุ่มทั้ง3คนลุกขึ้นยืนโงนเงน พร้อมกับหันไปคว้าผ้าเช็ดตัวคนละผืนมาพันรอบกายก่อนจะขึ้นจากน้ำ
“อึ๊ก.... พอ... พอกันที.....” โกลเซนต์ทอรัสพูดเสียงยานคาง ท่อนแขนข้างหนึ่งยันอยู่กับฝาผนังหินอ่อนสีดำสนิท ในขณะที่ใต้วงแขนยังคงกอดขวดเหล้าที่ยังเหลือเกินครึ่งขวดไว้แน่น พลางมองดูสหายที่หมดเนื้อหมดตัวพอๆกันอีก2คนกำลังโบกไม้โบกมือไปมาอย่างหัวเสีย
“วันนี้หมดตัว.... หลับสบายแน่ .....ฮะ ...ฮัดเช่ย!!”ราชสีห์หนุ่มไอโอเรียยังพูดไม่ทันจบประโยคก็จามออกมาเสียงดังสนั่น ก่อนจะซวนเซหงายหลังโครมลงไปในบ่ออีกรอบ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างขบขันของเพื่อนๆ
“เจ้าเมามากแล้วน่า........... ไป... อึ๊ก.. ..ไปนอนซะ”
น้ำเสียงอันทุ้มนุ่มของบุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าเตือนขึ้นด้วยความหวังดี พร้อมด้วยเรือนร่างสูงเพรียวที่หันไปคว้าผ้าเช็ดตัวของมูขึ้นมาด้วยเข้าใจว่าเป็นของตัวเอง ก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องอาบน้ำ ในขณะที่เจ้าของผ้าเช็ดตัวตะโกนด่าเสียงดังลั่นไล่หลังไป
โกลเซนต์หนุ่มอีกหลายคนกำลังทยอยขึ้นจากน้ำ ก่อนจะเดินโซเซตามชากะออกไปในสภาพที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่ละคนล้วนแต่อยู่ในสภาพเรือนผมเปียกลู่ติดหนังศีรษะกับเรือนร่างที่เปลือยเปล่า มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันรอบเอว ในขณะที่ผิวกายแดงจัดจากการแช่น้ำร้อนเป็นเวลานานเหมือนๆกันทุกคน
การร่ำสุรากันมาตั้งแต่ช่วงหลังตะวันตกดินจนกระทั่งดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ ส่งผลให้ทั่วทั้งห้องอาบน้ำหินอ่อนฟุ้งตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าฉุนเตะจมูก ทั้งขวดเหล้าที่ว่างเปล่าและแก้วเหล้าอีกนับสิบใบวางระเกะระกะอยู่รอบๆขอบบ่อสะท้อนแสงเทียนนับร้อยเล่มจากเชิงเทียนทองเหลืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั้ง4มุมของห้องเป็นประกายวาววับ
แสงไฟจากเปลวเทียนนับร้อยนับพันที่เต้นระริกอยู่ท่ามกลางความมืดรอบด้านนั้นขับผิวกายของผู้ที่ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ในน้ำให้เป็นสีทองอร่ามงดงามชวนมอง
เรือนกายสูงเพรียวของชายหนุ่ม2คนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่คนละมุมบ่อด้วยอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดที่ต่างกันออกไปนั้น ดูราวกับจะกำลังจมอยู่ในห้วงคำนึงของตนเอง เมื่อต่างคนต่างก็ทอดสายตาไปคนละทาง ประหนึ่งว่ามิได้รับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่งเลย....
ดวงตาสีฟ้าครามของอควอเรียส คามิวทอดมองออกไปไกลยังทิวทัศน์อันมืดสลัวเบื้องนอก ผ่านทางช่องหน้าต่างบานใหญ่ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แก้วเหล้าที่เพิ่งจะพร่องไปเพียงครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ในมือ ถึงแม้ว่าเขาจะดื่มไม่จัดมากเท่ากับคนอื่นๆ ทว่า....
ชายหนุ่มก็ตระหนักดีว่า... มันก็มิใช่น้อยเลย เมื่อเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแก้วนี้เป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้ว
......ไอ้บ้ามิโร่.........
.....ผีป่าตนไหนดลใจให้เจ้ามาทำอย่างนี้กับข้ากัน...........
คามิวคิดอย่างหัวเสีย พลางวักน้ำราดลงบนต้นคอและลาดไหล่เปลือยเปล่าของตัวเองอีกครั้งราวกับจะให้น้ำร้อนชะล้างบางสิ่งบางอย่างออกไป ....จากหัวใจ......
ทว่า.... ร่องรอยเหล่านั้นกลับไม่ยอมเลือนหายไปง่ายๆอย่างใจคิด...
มันกลับจะยิ่งย้ำเตือนให้ชายหนุ่มต้องหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับสหายที่เติบโตมาด้วยกัน ....เรื่องที่ตนไม่อยากจะนึกถึง และยิ่งไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ระหว่างผู้ชาย2คน ...แม้แต่ในความฝัน.....
ตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเหตุ โกลเซนต์อควอเรียสก็รู้สึกว่าสหายรักพยายามหลบหน้าหลบตาตนตลอดทั้งวันซึ่งก็นับว่าดีแล้ว.... ด้วยในเวลานี้หากต้องพบเจอกันล่ะก็ เขาเองก็ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร ในขณะเดียวกับที่มิโร่เองก็คงจะไม่กล้าสู้หน้าเขาไปอีกนาน
“ เป็นอะไรไปล่ะ”
น้ำเสียงอันทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้นจากเบื้องหลัง ส่งผลให้อควอเรียสหนุ่มหันขวับทันที ก่อนจะพบว่าท่ามกลางไอน้ำสีขาวพร่างราวกับม่านหมอก... เรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามสมบูรณ์แบบของสหายวิหารถัดไปยืนนิ่งอยู่กลางบ่อ ในสภาพที่เห็นเพียงร่างกายท่อนบนตั้งเเต่สะโพกขึ้นไปที่โผล่พ้นน้ำ
พิสเซส อโฟรดิเทก้าวเข้ามาใกล้ พลางสะบัดเรือนผมสีฟ้าอ่อนที่เปียกลู่ไปด้านหลัง เผยให้เห็นช่วงบ่าแข็งแกร่งกับแผ่นอกกว้างงดงามได้รูปที่ต้องแสงเทียนจนแลดูราวกับรูปสลักทองแดงที่มีชีวิต
“เปล่า.... ไม่มีอะไร”คามิวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ก่อนจะหันหลังกลับไป
แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควร ด้วยการทำเช่นนั้นจะเป็นการเผยร่องรอยเหล่านั้นให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น
ทว่า....
สายไปเสียแล้ว.........
เมื่อเห็นได้ชัดว่าดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกายวาววับท่ามกลางแสงสลัวๆของอโฟรดิเทกำลังจับจ้องนิ่งอยู่ที่ช่วงบ่าของตน และในพริบตานั้น คามิวก็พลันตระหนักได้ว่าตนคิดผิดมหันต์เพียงใด ที่ตัดสินใจลงมาร่วมวงกับเหล่าสหายโกลเซนต์เช่นนี้
“เจ้ารักเขามิใช่หรือ”
โกลเซนต์พิสเซสเอ่ยถามขึ้นราวกับจะล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมด และสำหรับคามิว... คำพูดประโยคนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจ หากแต่ความสงสัยนั้นมีมากกว่า
“เจ้ารู้เรื่อง...”
“ข้าเห็น” เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนจางที่เปียกลู่แนบไปกับแผ่นหลังขาวเนียนพลันสอดขึ้นมาทันควัน
“เจ้าไม่ต้องทำตาโตเป็นไข่ห่านไปหรอกน่า...
เป็นเพราะเสียงโวยวายของเจ้าเมื่อคืนนี้ต่างหาก ที่ทำให้ข้าได้รู้... มิใช่ว่าข้าจงใจจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเจ้าหรอกนะ”
ถึงตอนนี้อโฟรดิเทย่อกายลงแช่น้ำเคียงข้างคามิว พลางถอนหายใจยาวอย่างสบายอกสบายใจเมื่อความร้อนแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย พร้อมด้วยดวงตาสีฟ้าใสที่ฉายแววขบขัน เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามของฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นทันตาเห็น
“เจ้าเข้าใจผิดแล้วอโฟรดิเท... พวกข้า2คนมิได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกัน มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อข้ามิใช่สตรี” โกลเซนต์อควอเรียสรีบแย้งขึ้นทันทีที่ตั้งสติได้ ในขณะที่อีกฝ่ายกลับหัวเราะเสียงแผ่ว
“ก็แล้วมิโร่คิดเช่นเดียวกับเจ้าที่ไหนกันเล่า....
ทว่าหากเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นได้ก็คงแปลกพิลึกล่ะ ในเมื่อเจ้าระเบิดคอสโมข่มขวัญออกมารุนแรงถึงปานนั้น แต่กระนั้น.......”ถึงตอนนี้น้ำเสียงทุ้มนุ่มพลันหยุดชะงักไป ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวยาวอันร้อนผ่าวจะปัดเส้นผมเปียกโชกสีน้ำทะเลของสหายออกไปให้พ้นบ่าอย่างถือวิสาสะ
“เจ้าหมอนั่นก็ยังฝากร่องรอยเอาไว้ให้เจ้าได้ถึงเพียงนี้” ถึงตอนนี้ดวงตาสีฟ้าใสวาววับของอโฟรดิเทประสานเข้ากับดวงตาสีฟ้าครามที่กำลังเบิกกว้างอย่างตระหนกของคามิวแน่วนิ่ง
และมันก็ทำให้อควอเรียสหนุ่มถึงกับลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่ง...
ด้วยถึงแม้ว่าอโฟรดิเทจะเป็นโกลเซนต์ที่อยู่วิหารถัดไป ซึ่งมีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง ทว่า.... ที่ผ่านมาชายหนุ่มผู้นี้ก็ค่อนข้างจะมีรูปลักษณ์ที่สวยสดงดงามราวกับอิสตรี
ไม่นึกเลย......
ว่ายามนี้ดวงตาคู่งามซึ่งล้อมกรอบไปด้วยแพขนตายาวงอนคู่นั้นจะตรึงสายตาของตนเอาไว้ได้
ราวกับว่า มีมือที่มองไม่เห็นยึดปลายคางของตนเอาไว้แน่นกระนั้น......
เป็นครั้งแรกจริงๆที่คามิวนึกบทสนทนากับสหายตรงหน้าไม่ออก ในขณะที่อโฟรดิเทยังคงสบตานิ่งอยู่เช่นนั้น จนในที่สุดเขาก็จำต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง.... เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความกลัวอันปราศจากเหตุผลที่แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างเงียบๆ
เรือนร่างสูงเพรียวของโกลเซนต์อควอเรียสจึงทำทีหันไปคว้าแก้วเหล้ามาดื่มแบบชนิดรวดเดียวหมดแก้วด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย ประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และในอึดใจนั้นเอง ชายหนุ่มก็ถึงกับต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาของอะไรบางอย่างที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของตน ก่อนจะต้องเบิกตาค้างอย่างตระหนก เมื่อกุหลาบตูมสีชมพูดอกหนึ่งพลันยื่นเข้ามาตรงหน้า พร้อมด้วยกลิ่นหอมอันแปลกประหลาด
“อะไรกันคามิว....”น้ำเสียงทุ้มนุ่มของอโฟรดิเทดังขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมด้วยดวงตาสีฟ้าใสวาววับที่ยังคงจับจ้องนิ่งอยู่บนใบหน้าอันงดงามที่กำลังตื่นตระหนกของฝ่ายตรงข้าม
“เวลานี้เจ้าดูราวกับลูกกวางขี้ตระหนกไปเสียแล้ว...
เรื่องเมื่อคืนนี้กับมิโร่มันทำให้เจ้าขวัญผวาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ”เจ้าของกุหลาบตูมดอกที่ยังคง
กวาดไล้แผ่วเบาไปตามโครงหน้าของคามิวจบประโยคพร้อมด้วยรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้า
“เจ้าดูเครียด... คิดมาก เสียจนข้าชักจะทนดูไม่ไหวแล้วนะ
ดูเอาเถิด.... รูปลักษณ์ที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองของเจ้าหายไปไหนหมดแล้ว...”
“ข้า...... ” อควอเรียสหนุ่มพูดได้เพียงคำเดียวก็ต้องหุบปากสนิท ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เจ้านั่นแหละที่คิดมากเกินไป” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็ง พร้อมกับหันไปรินเหล้าเพิ่ม ในขณะที่จำต้องยอมรับอยู่ลึกๆภายในว่า....
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นั้น เป็นอะไรที่สุดจะรับได้จริงๆ
และทุกครั้งที่นึกถึงมัน เขาก็มีแต่ความไม่สบายใจ... เมื่อคามิวยิ่งกว่าแน่ใจ ว่าตนเองคงไม่อาจจะมองหน้ามิโร่ได้สนิทใจอย่างเก่าอีกแล้ว
และบางที..... หากว่าเขาดื่มให้จัดกว่านี้อีกนิดอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างก็เป็นได้
“...คนปากแข็ง.....”
อโฟรดิเทหัวเราะเสียงแผ่วพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะปลายคางของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างนุ่มนวลแล้วเขยิบเข้าไปใกล้
“ถ้าเช่นนั้นก็จงมองข้านี่...
หากว่าเจ้ายังคงเป็นอควอเรียส คามิวคนเดิมอยู่จริง ใยจึงต้องหลบตาข้า”
“ข้าเห็นความกลัวอยู่ในดวงตาของเจ้า
อย่าบอกนะว่าในยามนี้เจ้าหวาดกลัวแม้กระทั่งสหายที่คบหากันมานานอย่างข้ากระนั้นหรือ......
หากว่านี่เป็นเวลาปกติแล้วล่ะก็ข้าคงจะอดเคืองเจ้าไม่ได้ แต่ตอนนี้....”
อุ้งมือขาวนวลทว่าแข็งแกร่งของโกลเซนต์พิสเซสพลันขยับขึ้นรวบเส้นผมที่เปียกโชกของคามิวไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นรอยช้ำบริเวณต้นคอ ลาดไหล่และแผ่นอก ในขณะที่เจ้าตัวพยายามที่จะปัดมือออก ทว่า....
ช่างเหลือเชื่อนัก ที่ในยามนี้บุรุษผู้งดงามราวอิสตรีเบื้องหน้าตนผู้นี้กลับมีกำลังมากกว่า
เมื่ออโฟรดิเทกระชับข้อมือของตนไว้แน่นด้วยมืออีกข้างหนึ่งอย่างง่ายดาย
“แต่ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกว่าอควอเรียส คามิว ...คนที่อยู่ตรงหน้าข้านี้กลับดูมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นมาก่อน”
ชายหนุ่มปรายหางตามองร่องรอยบนเรือนร่างของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับมายังใบหน้างดงามที่กำลังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกของสหาย พร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
“เจ้าจงวางใจเถิด... ถ้าหากว่ารอยเหล่านั้นมันทำให้เจ้าเป็นกังวลถึงเพียงนี้ล่ะก็
ข้าจะปัดเป่ามันให้หายไปเอง.........”
“ดะ... เดี๋ยวก่อน!”
โกลเซนต์อควอเรียสยังไม่ทันได้โวยวาย ริมฝีปากที่กำลังเผยอค้างก็พลันถูกปิดเสียก่อน
เมื่อกุหลาบตูมดอกน้อยดอกเดิมถูกยื่นเข้ามาจนแนบชิดกับริมฝีปาก ในขณะเดียวกับที่ใบหน้าที่งดงามชวนลุ่มหลงพลันยื่นเข้ามาใกล้พร้อมด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล
“ช่างน่ารักเสียจริง...เด็กน้อย....
ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครบอกเจ้าบ้างหรอกหรือ.....
ว่าหากยังอยากจะรักษาตัวให้อยู่รอดปลอดภัยแล้ว เจ้ามิควรจะแสดงสีหน้าอย่างนี้....
ด้วยเพราะมันจะทำให้ผู้ที่ได้เห็นอดใจไว้ไม่อยู่.... อย่างเช่นข้านี่......”
และก่อนที่คามิวจะทันได้ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็พบว่าตนเองถูกดึงเข้าไปอยู่ในวงแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ .....ดวงตาสีฟ้าครามเบิกค้างอย่างใจหาย ในขณะที่ดวงตาสีฟ้าใสของอโพรดิเทก็จ้องตอบกลับมาอย่างร้อนแรง
“คามิวววว เจ้าอยู่ในนั้นหรือเปล่า......”
เสียงของใครคนหนึ่งที่ตะโกนก้องมาจากด้านนอกของห้องอาบน้ำ ส่งผลให้โกลเซนต์อควอเรียสถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อเจ้าของเสียงนั้นคงจะเป็นใครไปมิได้นอกจาก....
สกอร์เปียน มิโร่... เจ้าเพื่อนตัวดีที่สร้างปัญหาหนักใจให้
คามิวหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่โกลเซนต์พิสเซสเพียงแต่หัวเราะเบาๆอยู่ในลำคออย่างขบขัน ก่อนจะยอมคลายวงแขนออกแต่โดยดี
“พระเอกตัวจริงของเจ้ามาแล้ว....”ชายหนุ่มกระซิบเสียงนุ่มชิดริมหูของอีกฝ่าย พร้อมกับจงใจปัดริมฝีปากผ่านเรียวแก้มของคามิวอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังกลับ
“ไว้เจ้าไปสานต่อเรื่องนี้กับเจ้าหมอนั่นก็แล้วกันนะ”
อโฟรดิเทจบประโยคพร้อมกับโบกมือให้ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบกายแล้วขึ้นจากน้ำ ในขณะเดียวกับที่มิโร่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในสภาพที่สวมชุดโกลครอธครบเครื่อง
“อ้าว!!.... เจ้าก็อยู่นี่นา แล้วทำไมถึงไม่ตอบข้าล่ะ
เอ้อ... หวัดดี อโฟรดิเท .....ข้าไม่ทันเห็นเจ้า”มิโร่จบประโยคด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม เมื่อเพิ่งจะได้ตระหนักว่าตนเองมิได้อยู่กับคามิวตามลำพัง
“ข้ากำลังจะขึ้นน่ะ วันนี้แช่นานแล้ว.... ตามสบายนะ”โกลเซนต์พิสเซสเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับหันหลังเดินออกไปจากห้องอาบน้ำ
....ทิ้งสหายอีก2คนเอาไว้ให้เผชิญหน้ากันและกัน
ตามลำพัง.............
~End~
--------------------------------------------------------
ก็เป็นอันว่าจบบริบูรณ์เเล้วค่า
ต้องขอบอกตามตรงว่าเขียนไปหนาวยะเยือกไป เหอๆ
ส่งสัยท่านมิวจะอาฆาตน่าดูเลยนิ
เช่นเคยค่า..... ขอเสียงจากพี่น้องด้วยนะค้า^ ^
ขอบคุณค่ะ^ ^
edit @ 13 Oct 2007 11:26:20 by Moondrop


Short Fic

ยอดเยี่ยมมมมมมมมมมมมม
#1 By อาเธน่า (125.26.83.88) on 2008-02-08 21:18