Chapter42

posted on 17 Dec 2007 10:23 by rain-drop  in SHAKA-The-Last-Man-In-My-Life
ดีค่ะ


ในรอบนี้มาซะช้าเลย เเต่ก็อย่างที่ได้ระบุเอาไว้ในหัวข้อล่ะค่ะ ว่ามูนดรอปจะของลาพักจากการอัพฟิคเป็นการชั่วคราว


ส่วนเรื่องที่ว่าจะกลับมาต่อเมื่อไรนั้น ขอดูจากสถานการณ์รอบๆตัวอีกทีนะคะ เเต่ก็จะกลับมาต่อให้จบเเน่ๆค่ะ(ถ้ายังมีคนอยากอ่านอยู่นะ)


-----------------------------------------------


Chapter42


โทมัส เบลนด์กำลังรีบรุดฝ่าความแออัดของการจราจรในช่วงเที่ยงวัน เพื่อจะไปให้ถึงที่พักของเรจิน่าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ...ภายหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากชากะเมื่อ5นาทีที่แล้ว




......หวังว่าท่านจะยังคงจำได้ว่าได้ขอร้องให้ข้าช่วยเหลือในเรื่องใด.... และในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้ท่านก็จะสมปรารถนาแล้ว จงวางใจเถอะ......



.......ทว่าในเวลานี้ข้าอยากจะให้มีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อนนางหลังจากที่นางฟื้นคืนสติ.....

และก็คงจะดีมากหากว่าคนผู้นั้นจะเป็นท่าน... ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาของนาง





“นี่.... ขับเร็วอีกหน่อยสิ!”



บุรุษผู้สูงวัยชะโงกกายไปเร่งคนขับรถด้วยสภาพที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อได้ตระหนักชัดว่า ไม่เพียงแต่ชีวิตเรจิน่าจะปลอดภัยจากอิทธิพลมืดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่องค์กรอาชญากรรมที่มีเครือข่ายกว้างขวางที่สุด ร้ายกาจที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุด ...ซึ่งแม้แต่ความร่วมมือร่วมใจของทางการจากทั้งสหรัฐอเมริกา อิตาลีและจีนก็ยังไม่อาจจะเข้าถึงแกนกลางของพวกมันได้กำลังจะถึงกาลล่มสลาย...


....ด้วยกำลังความสามารถซึ่งอยู่เหนือกฏเกณฑ์ธรรมชาติทั้งมวลของเวอร์โก ชากะ ..ก็คงจะไม่เป็นสิ่งที่เกินคาดหวัง ถ้าตนจะแน่ใจว่าชายหนุ่มผู้น่าอัศจรรย์ใจคนนั้นคงจะทำในสิ่งที่เคยเป็นเพียงความฝันมาตลอดสำหรับพวกตนให้กลับกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างแน่นอน






.................................................................




เวอร์โก ชากะกำลังยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาออกปกคลุมพื้นคอนกรีต ในจุดที่ห่างไกลจากอพาร์ตเมนต์ของเรจิน่าไกลโข....


ด้วยเวลาเพียงแค่อึดใจเดียวจากประเทศอันเต็มไปด้วยกลิ่นไอของสิทธิเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกา มุ่งสู่ดินแดนแห่งสถาปัตย์กรรมอันล้ำค่าอย่างอิตาลีมิใช่จะเป็นเรื่องอันแปลกประหลาดสำหรับเซนต์อย่างเขา หากแต่สิ่งที่ยังคงหลงเหลือตกค้างอยู่ในจิตใจกลับเป็นภาพสุดท้ายของสตรีอันเป็นที่รัก....


...เรจิน่า ไทเกอร์......



และนั่นก็ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องบังคับตนเองให้ลืมหล่อน... อย่างน้อยๆก็ในชั่วระยะสั้นๆต่อไปนี้ เพื่อที่จะทำหน้าที่ของตนให้เสร็จสิ้นไปเสียที







.......พวกมันมีเครือข่ายที่กว้างขวางอยู่ในประเทศต่างๆมากมาย แต่ว่าจุดศูนย์กลางของมันมีอยู่เพียง2แห่งเท่านั้น.. คือที่ประเทศอิตาลีและจีน....


ขอเพียงทำลายสูญกลางของพวกมันได้ทุกอย่างก็จบแล้ว เพียงแต่....

เหตุที่ทุกวันนี้เรายังไม่สามารถทำได้ ก็เพราะศูนย์กลางทั้ง2แห่งมีระบบการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวดมากๆด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยและจำนวนคนที่มากมายก่ายกองราวกับกองทัพส่วนตัวที่ติดอาวุธสงครามพร้อมทีเดียวล่ะ....



และนั่นก็คือข้อมูลที่เขาได้รับมาจากโทมัส....

บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้าเพ่งสมาธิไปยังตัวคฤหาสก์ที่แลเห็นเพียงแค่เงาตะคุ่มๆอยู่ท่ามกลางเงารกครึ้มของป่าไม้อันหนาทึบภายใต้รั้วรอบขอบชิดอันสูงตระหง่าน ที่อยู่ห่างออกไปคนละฟากถนนพลางสำรวจดูรายละเอียดคร่าวๆภายใน




....อือม์....


...ดูท่าทางข่าวลือจะมีมูลจริงดังว่า.... ด้วยเขาสามารถสัมผัสได้ถึงรังสีกดดันจากสิ่งมีชีวิตข้างในนั้นได้ และก็ไม่ใช่น้อยๆเลย....

คาดว่าอาจไม่ต่ำกว่า500ชีวิต.....


ในขณะที่ตัวอาคารสูงก็ดูเหมือนจะมีความสลับซับซ้อนไปด้วยช่องทางลับภายใต้โครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารนั้นอีกมากมายซึ่งแม้แต่ภาพถ่ายทางดาวเทียมของทหารก็ยังมิอาจ... จะสรุปโครงสร้างอันแน่นอนของสถานที่แห่งนั้นออกมาได้


....มันจึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่จะไม่เคยมีใคร... หรือหน่วยงานใดๆสามารถฝ่าด่านอันหฤโหดนั้นเข้าไปได้

แต่กระนั้นมันก็ยังน่าสนใจยิ่งนักว่าจะเป็นเช่นไร... หากว่าในครั้งนี้พวกเขาเหล่านั้นจะต้องเผชิญหน้ากับตน



และในพริบตานั้น... รอยยิ้มบางๆก็พลันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของโกลเซนต์หนุ่ม ในขณะที่ใบหน้าอันงดงามปานสลักเสลายังมิได้ปรากฏวี่แววของความลำบากใจเลยแม้แต่น้อย





........ชากะ...........



.......ทางนี้เองก็เอาเรื่องใช่ย่อยเหมือนกันนะนี่.... ข้ารู้สึกว่ามีพวกมันจำนวนหลายร้อยอยู่ภายในตัวอาคารและอาณาบริเวณโดยรอบ พร้อมด้วยความกดดันที่แผ่กระจายออกมาจนคละคลุ้งไปหมด ว่าแต่......


...เจ้าปรารถนาจะให้ข้าจัดการอย่างไรต่อไปล่ะ สหาย....



กระแสจิตอันเจือด้วยอารมณ์นึกสนุกจากอารีเอส มูสหายรักพลันดังก้องขึ้นในหัว เพียงไม่นานนักหลังจากที่ตนได้ร้องขอความช่วยเหลือจากโกลเซนต์พ่อลูกอ่อนผู้นี้ ให้มุ่งหน้าไปยังฐานบัญชาการอีกแห่งหนึ่งของพวกมัน... ที่ประเทศจีน




.....ก็จัดการอย่าให้เหลือน่ะสิ.. หรือว่าเจ้ามีวิธีการอะไรที่ดีกว่านั้นก็ว่ามา......


โกลเซนต์เวอร์โกตอบกลับไปพร้อมกับนึกขันกับปฏิกิริยาซึ่งตื่นเต้นราวกับได้ออกมาทัศนศึกษาของสหายเจ้าของวิหารอารีเอส ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ส่งกระแสจิตโต้ตอบสิ่งใดกลับไปอีก กระแสจิตอันแฝงไว้ด้วยไอเย็นยะเยือกจากบุรุษอีกคนหนึ่งก็พลันดังขึ้นเสียก่อน





......ก็แล้วมันจะมีอะไรน่าสนุกไปกว่าการได้แช่แข็งพวกมันกันเล่า.....


เจ้าจงวางใจเถิดชากะ.... ถึงแม้นว่ามูจะพลาดท่าเสียทีหากแต่สิ่งนั้นย่อมมิใช่จะเกิดขึ้นกับคามิวผู้นี้อย่างแน่นอน.....


ด้วยยามเมื่อข้าต้องทนดูเจ้าบ้านี่ร่ำลาภรรยาสุดที่รักอยู่เป็นนานสองนานเมื่อครู่นี้แล้วก็ให้นึกรำคาญใจยิ่งนัก ...ด้วยหัวใจอันร้อนรุ่มที่เอาแค่คิดถึงนางผู้เป็นที่รักอยู่เช่นนี้แล้วก็ดูจะใช้การอะไรมิได้

...ดังนั้นหากแม้ว่าจะเหลือเพียงแค่ข้าคนเดียวก็ยังนับว่า...



หุบปากไปเลย! .....ถ้าขืนเจ้ายังจิกกัดข้าไม่เลิกราอีกเห็นทีครั้งนี้ข้าคงจะอดใจส่งเจ้าลงนรกไปพร้อมกับเจ้าพวกนั้นมิได้

เรามาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่านะสหาย ....เพื่อเห็นแก่ชีวิตน้อยๆที่เหลืออยู่ของลูกเจ้าจะได้มิต้องกำพร้าพ่อ... คามิว






เวอร์โก ชากะแทบจะกุมขมับ เมื่อต้องมาทนฟังสหายอีก2คนที่อยู่ห่างออกไปคนละซีกโลกปะทะคารมกันเองอย่างสนุกสนาน พลางอดคิดมิได้ว่าตนตัดสินใจถูกต้องดีแล้วหรือ ที่หวังพึ่งพาความช่วยเหลือของสหายโกลเซนต์ซึ่งตนแน่ใจว่าไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ออกกำลังยืดเส้นยืดสายมากนักเสียจน.... เมื่อสบโอกาสก็แสดงอาการดีใจเสียจนออกนอกหน้าถึงเพียงนี้




....และข้าก็ควรจะปลาบปลื้มยินดีไปกับพวกเจ้าจากใจจริงด้วยใช่หรือไม่ เมื่อในที่สุดพวกเจ้าทั้ง2คนจะได้ทำตัวมีสาระขึ้นมาบ้างแล้ว....



เอาละ...ข้าคิดว่ากำลังจะบุกเข้าไปในคฤหาสก์ของศัตรูอยู่ในไม่กี่อึดใจนี้แล้ว ...ด้วยความคิดที่อยากจะลองกำลังพวกมันสักตั้ง....ดังนั้น...

ชากะผู้นี้จึงตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปทางประตูหน้าตรงๆเลย ...แล้วพวกเจ้าคิดจะเปิดฉากละเลงเลือดกับพวกมันด้วยวิธีการใดก็สุดแล้วแต่เถิด.....


--------------------------------------------
To Be Con...Chapter43


นับว่าเป็นตอนที่สีสันของเรื่องเปลี่ยนไปเเล้วนะคะ จากความกดดันทางอารมณ์ระหว่างคู่พระ-นางในตอนที่ผ่านมา ดูจะผ่อนคลายลงไปมากเมื่อโกลเซนต์อีก2คนเตรียมตัวจะออกโรงมาอาละวาดพร้อมๆกัน






สัญญาณเตือนภัยแผดเสียงดังก้องในนาทีต่อมา หลังจากที่ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกพลังอำนาจลึกลับบางอย่างทำลายลงอย่างยับเยินไม่มีชิ้นดี





“ท่านรูโน่ครับ!!....”


น้ำเสียงอันตื่นตระหนกของข้ารับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน มิได้ส่งผลให้บุรุษวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าใหญ่สะทกสะท้านแต่ประการใด.... นัยน์ตาสีนิลดำขลับยังคงเพ่งมองไปยังจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย ถึงแม้ว่าจะปรากฏร่องรอยของความฉงนสนเท่อยู่บ้างก็ตาม



“ฉันเห็นแล้ว!! หุบปากซะ ...แล้วไม่ต้องรายงานอะไรทั้งนั้น”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet